สิ่งปลูกสร้างโดยมนุษย์

หลวงพระบาง

เมืองมรดกโลกของประเทศลาว องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกเมื่อปี 1995 เมืองหลวงพระบางเป็นเมืองที่เก่าแก่ถือกำเนิดมาตั้งแต่สมัยพ. ศ. 1300 หรือเมื่อ 1200 ปีที่แล้ว เหตุผลที่ทางองค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนให้หลวงพระบางเป็นเมืองมรดกโลก ก็เพราะว่าในบริเวณหลวงพระบางนั้นมีวัดวาอารามเก่าแก่อยู่มากมาย อีกทั้งยังมีบ้านเรือนที่เป็นสไตล์โคโลเนียลสไตล์ ที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นและเก่าแก่มาก ตัวเมืองที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขงและแม่น้ำคานซึ่งไหลมาบรรจบกัน ทำให้เกิดความงามตามธรรมชาติอันงดงาม ถือเป็นการพัฒนาในด้านการออกแบบทางสถาปัตยกรรม ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาและเพื่อใช้ในการพัฒนาต่อไป และยังมีความโดดเด่นในเรื่องของวัฒนธรรมมนุษย์ รวมถึงยังคงอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณี ไว้อยู่ไม่เสื่อมคลาย จุดที่โดดเด่นของหลวงพระบางก็คือ ในขณะที่เมืองอื่นอาจจะได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเฉพาะโบราณสถาน หรือสถานที่ต่างๆทางธรรมชาติเท่านั้น แต่หลวงพระบางกลับได้ขึ้นทะเบียนมรดกโลก ทั้งเมืองกันเลยทีเดียว หลวงพระบางมีความงดงาม มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองมีความยิ้มแย้มและยังคงอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมของพวกเขาแต่ดั้งเดิมไว้ วิถีชีวิตของผู้คนในหลวงพระบางดูเรียบง่าย ใครได้เข้าไปเที่ยวแล้วก็จะรู้ว่าเหมือนเข็มนาฬิกาจะเดินช้าลงอย่างไรอย่างนั้น สถานที่เที่ยวในหลวงพระบางมีที่น่าสนใจอยู่มาก พระธาตุพูสี แต่ที่เป็น Landmark และนักท่องเที่ยวจะต้องเดินทางไปให้ถึงนั่นก็คือพระธาตุพูสี ที่ตั้งอยู่บนภูเขา ใจกลางเมืองหลวงพระบาง มีพื้นที่อยู่ตรงข้ามกับพระบรมมหาราชวังหลวงพระบาง ทางขึ้นเป็นทางคดเคี้ยวเดินไปตามไหล่เขา เมื่อผ่านขั้นบันได 300 ขั้นขึ้นไปแล้ว ยอดบนสูงสุดจะเป็นพระธาตุพูสี ที่มีสีทองสวยเด่น โดยมีข้อมูลว่าได้สร้างขึ้นเมื่อปี 1781 เป็นจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงของหลวงพระบางเป็นอย่างมาก สาเหตุหนึ่งก็เป็นเพราะว่าด้านบนของยอดเขานั้น คุณจะสามารถมองเห็นเมืองหลวงพระบางได้แบบพาราโนมา 360 องศา ทัศนียภาพสวยงามรอบภูเขา สามารถมองเห็นแม่น้ำโขงและแม่น้ำคาน ไหลเวียนมาบรรจบกันเกิดภาพที่สวยงามแต่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง ช่วงเวลายามเย็นทุกคนจะมานั่งมองพระอาทิตย์ตกกันบนยอดของพระธาตุพูสี […]

สิ่งปลูกสร้างโดยมนุษย์ เกิดขึ้นตามธรรมชาติ

ก้อนหินยักษ์ปริศนา สโตนเฮนจ์

ในบรรดามรดกโลกที่องค์การยูเนสโกขึ้นทะเบียนให้ สิ่งก่อสร้างที่เป็นปริศนาชวนฉงน ก็คือ บรรดาหินยักสโตนเฮนจ์ ที่ปัจจุบันก็ยังไม่มีใครทราบว่ามาได้อย่างไร กองหินยักษ์ประหลาดนี้ตั้งอยู่กลางทุ่งนา และที่ราบซัลลิสเบอรี่ เมืองซัลลิสเบอรี่ ประเทศอังกฤษ โดยองค์การ UNESCO ได้มีการประกาศให้สโตนเฮนจ์เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม เมื่อปีคศ 1986 ที่ราบซัลลิสเบอรี่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสโตนเฮนจ์ปริศนานี้ อยู่ทางตอนใต้ของประเทศอังกฤษ ปัจจุบันยังไม่มีใครทราบว่าสโตนเฮนจ์เกิดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์อะไร ใครเป็นผู้สร้าง และหินขนาดยักษ์เหล่านี้มาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร บริเวณดังกล่าวเป็นที่ราบกว้าง ไม่มีภูเขา หรือสิ่งก่อสร้างที่ทำจากหินอื่นๆรอบบริเวณนี้เลย จึงทำให้สโตนเฮนจ์เป็นที่น่าสงสัยมาก ว่าผู้ที่สร้างนำหินเหล่านี้มาจากไหน นอกจากนี้ยังไม่พบว่ามีหลักฐานในการขนย้ายหิน หรือแม้กระทั่งเครื่องมืออะไรก็ตามที่ช่วยในการยกหินขนาดมหึมามาวางซ้อนกันอย่างนี้ได้ ถ้าดูในรูปอาจจะดูไม่รู้สักเท่าไหร่ แต่แท้จริงแล้วหินแต่ละก้อนมีความสูงมากถึง 13 ฟุต หรือประมาณ 4 เมตร กันเลยทีเดียว ประเทศอังกฤษขึ้นชื่อเรื่องสิ่งก่อสร้างที่ทำจากหิน แต่ไม่มีสิ่งก่อสร้างใดที่มีอัตลักษณ์พิเศษ เช่นเดียวกับสโตนเฮนจ์เลยแม้แต่ที่เดียว สโตนเฮนจ์เป็นหินพิเศษกลุ่มเดียวที่มนุษย์สร้างสรรค์และตกแต่งด้วยความประณีต การเรียงซ้อนกันของก้อนหินนั้น แสดงให้เห็นถึงรูปทรงเรขาคณิต ทุกอย่างมีการออกแบบเหมาะเจาะลงตัว บริเวณรอบข้างของสโตนเฮนจ์ยังมีโบราณสถานอื่นๆ ที่แสดงถึงการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ยุคหิน เป็นคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่ควรเก็บรักษาไว้เป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นองค์การยูเนสโกจึงมอบมรดกโลกทางวัฒนธรรมให้แก่สโตนเฮนจ์ ในปี 1986 นี้เอง คนที่ได้พบเห็นสโตนเฮ้นจ์มักจะมีคำถามอยู่ในใจเสมอว่า สร้างขึ้นมาเพื่ออะไร และสร้างอย่างไร ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนเห็นพ้องต้องกันว่าสโตนเฮนจ์อาจเป็นสิ่งก่อสร้างที่เกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาว แต่ก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าจะมาสร้างไว้ทำไมและสร้างเพื่ออะไร มีแนวคิดที่เกี่ยวกับสโตนเฮ้นจ์อยู่มากมาย […]

สิ่งปลูกสร้างโดยมนุษย์

เมืองเวนิส เมืองแห่งสายน้ำ

เมื่อปี 1987 ยูเนสโกได้ประกาศให้เมืองเวนิสเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม เมืองแห่งความมหัศจรรย์ ที่รายล้อมไปด้วยคลองน้อยใหญ่สองฟากฝั่ง ท้องฟ้าที่สดใส บ้านเรือนโบราณที่น่ารัก เอกลักษณ์ที่ชวนหลงใหลดึงดูดใจนักท่องเที่ยวให้เดินทางเข้าสู่เมืองเวนิส เมืองที่ขึ้นชื่อว่ามีบรรยากาศโรแมนติกที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ เรื่องว่าถ้าคุณเป็นนักท่องเที่ยวเดินทางต่างประเทศเป็นประจำ จุดหมายหนึ่งที่คุณค่าแก่การไปเยือนสักหนึ่งครั้งก็คือเมืองเวนิสนี่แหละ เวนิสอุดมไปด้วยศิลปะยอดเยี่ยมมากมาย มีจิตรกร ที่ถือกำเนิดจากเวนิสอยู่หลายท่าน ทุกคนล้วนได้รับแรงบันดาลใจจากเมืองสวยงามแห่งนี้ แล้วก็ได้ฝากผลงานระดับโลก ผลงานทางสถาปัตยกรรม อนุสาวรีย์ เมืองที่มีพื้นที่ดินเพียงน้อยนิด แต่กลับหันแน่นไปด้วยศิลปะ อีกทั้งยังมีโบว์ที่ออกแบบมาอย่างสวยงาม ทำให้เป็นแหล่งรวมนักท่องเที่ยวที่ต้องการเสพงานศิลปะ และเสพบรรยากาศที่โรแมนติกแบบสุดๆจากเวนิสอีกด้วย เมืองเวนิสเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์โชกโชน ผ่านความยากลำบากสถานการณ์คับขันหลายครั้งหลายคราว การกำเนิดของเมืองเวนิสก็เริ่มต้นจากเคราะห์ร้าย แต่เดิมเมืองเวนิสนั้นก็ตั้งอยู่บนพื้นดินเหมือนกับเมืองอื่นนั่นแหละ แต่ในช่วงศตวรรษที่ 5 เมืองเวนิสก็ถูกรุกรานโดยพวก barbarian ชาวเมืองเวนิสก็เลยจำใจต้องอพยพหนี มาหาที่ตั้งรกรากใหม่ ในที่สุดพวกเขาก็ได้เลือกบริเวณทะเลสาบที่เชื่อมติดกับทะเลลากูน มีหมู่เกาะใหญ่ๆอยู่ 3 เกาะ และรายล้อมไปด้วยเกาะเล็กเกาะน้อยอีกมากกว่า 100 เกาะ ด้วยอุปสรรคทางธรรมชาตินี้ทำให้ชาวเวนิสไม่สามารถสร้างบ้านเรือนแบบธรรมดาเหมือนชาวบ้านก็ได้ แต่พวกเขาก็รู้จักปรับตัวและต่อสู้กับธรรมชาติ อยู่ร่วมกับธรรมชาติให้ได้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ มีการระบายน้ำออก จนพื้นที่เหล่านี้สามารถใช้ปลูกสร้างบ้านเรือนได้ มีการดัดแปลงวิธีก่อสร้างบ้านเรือน ในช่วงหลังมีการพัฒนาสร้างกรอบแห่งเวนิสขึ้นเองอีกด้วย จุดหมายปลายทางแห่งความโรแมนติกแห่งนี้ มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 200,000 คน เคยผจญกับปัญหาน้ำท่วมครั้งใหญ่ในรอบหลายสิบปีเมื่อปีพศ. 2561 โดยในครั้งนั้นนครเวนิสแห่งประเทศอิตาลี น้ำท่วมกินพื้นที่มากกว่า […]

สิ่งปลูกสร้างโดยมนุษย์

นครศักดิ์สิทธิ์เยรูซาเล็ม

นครศักดิ์สิทธิ์เยรูซาเล็มแห่งนี้ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในปี 1981 เยรูซาเล็มถือว่าเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ ถือว่าเป็นเมืองหลวงทางศาสนาของประชาชนถึง 3 ศาสนา ทั้งคริสต์ ยิว อิสลาม สำหรับชาวคริสต์แล้ว กรุงเยรูซาเล็มเป็นเมืองที่พระเยซู ได้ทรงปฏิบัติภารกิจในช่วงสุดท้ายของชีวิต เมืองที่เป็นประจักษ์พยานแห่งการสิ้นพระชนม์และการฟื้นคืนชีพของพระองค์ท่าน และสำหรับชาวมุสลิมแล้ว กรุงเยรูซาเล็มถือว่าเป็นเมืองที่ มีความเชื่อว่าศาสดาของพวกเขา นบีมูฮัมหมัด ได้ส่งเสด็จขึ้นสู่สรวงสวรรค์ มรดกโลกที่อยู่ในภาวะอันตรายเมืองนี้ ตั้งอยู่ในประเทศอิสราเอล เป็นเมืองในประเทศเขตตะวันออกกลาง อยู่ระหว่างทะเลเมดิเตอร์เรเนียนกับทะเลเดดซี ดินแดนที่เต็มไปด้วยอารยธรรมที่สำคัญของโลกมานับพันปี มีทั้งเรื่องราวความเชื่อ ตำนาน ประวัติศาสตร์ มีสร้างโบราณสถานมากมาย รายล้อมด้วยกำแพงเมืองเก่าแก่ มีโดมแห่งศิลา ซึ่งโบราณสถานเหล่านี้ ก็ถือเป็นอีกสัญลักษณ์หนึ่งของนครเยรูซาเล็ม เยรูซาเล็มถือว่าเป็นศูนย์กลางแห่งศาสนา เป็นทั้งจิตวิญญาณของชาวยิว ชาวคริสต์ และชาวอิสลาม ประวัติศาสตร์ของทั้ง 3 ศาสดานั้นมีความสัมพันธ์ กับเยรูซาเล็มทั้งสิ้น เชื่อกันว่า อับราฮัมชาวฮิบรู เป็นผู้ประกาศให้ดินแดนแห่งนี้เป็นดินแดนที่พระเจ้าประทานให้ โดยผู้สร้างศาสนสถานนี้เป็นคนแรกก็คือ กษัตริย์โซโลม่อน จนกระทั่งประเทศฝั่งยุโรปเข้ามามีอำนาจ จึงได้มีการสร้างศาสนสถาน พืชในบริเวณเดียวกัน ก่อนท้ายที่สุดที่ชาวมุสลิมจะเข้ามาปกครอง และสร้างศาสนสถานด้วยหินในที่เดียวกันอีกครั้ง จนกลายเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของเมืองเยรูซาเล็มและชาวอิสลามนั่นเอง ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 11-12 […]

สิ่งปลูกสร้างโดยมนุษย์

พระราชวังแวร์ซาย

พระราชวังแวร์ซายถือว่าเป็นหนึ่งในราชวังที่ใหญ่และมีความสวยงามมากที่สุดในโลก เป็นพระราชวังหลวงตั้งอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส แต่เดิมอยู่ที่เมืองแวร์ซาย ในปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของกรุงปารีสนั่นเอง แต่เดิมนั้นราชวังแวซายเป็นเพียงเมืองเล็กๆเมืองหนึ่ง ที่มีผู้คนอาศัยอยู่เบาบาง แต่เมื่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 แห่งประเทศฝรั่งเศส เมื่อพระชนมายุได้ถึง 23 พรรษา ก็มีอุปนิสัยในการชอบล่าสัตว์ป่า และเห็นว่าตำบลแวซายนี้น่าจะเหมาะแก่การสร้างที่ประทับเพื่อทำการล่าสัตว์ของท่าน จึงโปรดเกล้าให้สร้างพระตำหนักขึ้นมา โดยในช่วงแรกนั้นก็เป็นเพียงกระท่อมหลังเล็กๆเท่านั้น แต่แล้วเมื่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ได้ขึ้นครองบัลลังก์ ก็ได้มีความประสงค์ ที่จะปรับปรุงพระราชวังแวร์ซายให้เป็นศูนย์กลางในการปกครองของพระองค์ จึงมีการเริ่มบูรณะตำหนักเดิม ใช้เวลาสร้างอยู่ประมาณ 30 ปี จึงเกิดขึ้นเป็นพระราชวังแวร์ซายแห่งนี้ ปัจจุบันทั้งองค์การยูเนสโกได้ตั้งขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก รวมทั้งมีการเปิดให้ประชาชนเข้าชมในพระราชวังแวร์ซาย ซึ่งมีจำนวนห้องมากถึง 700 ห้อง มีภาพวาดและงานฝีมือมากกว่า 10,000 ชิ้น ให้ได้เข้าชมกัน ความยากลำบากในการสร้างพระราชวังแวร์ซายนั้นอยู่ในส่วนตอนแรกของการเริ่มสร้าง โดยการดูดน้ำจากหนองน้ำ และนำดินมาถมเพื่อให้เป็นที่ราบ โดยมีการกล่าวว่า ในขั้นตอนนี้ได้มีคนงานเสียชีวิตถึงหลักพันคน ทั้งเกิดจากไข้ และโรคปอดบวม ที่ต้องทำงานอยู่ในน้ำเป็นเวลานาน ประกอบกับอากาศที่หนาวของประเทศฝรั่งเศสอีกด้วย พระราชวังแวร์ซายแห่งนี้ หลายคนมองว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีราคาแพงเกินไปและต้องเสียเงินมาก ซึ่งพระราชวังแวร์ซายนี้เองก็เป็นสาเหตุอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดการปฏิวัติในฝรั่งเศส ซึ่งกลุ่มคนผู้ปฏิวัติมองว่า รัฐบาลมีการใช้เงินสิ้นเปลืองและ ไม่สนใจความเป็นอยู่ของประชาชน ทำให้ประชาชนในประเทศชาติล่มจม อดอยากและหิวโหย บ้านหลังมีการประมาณค่าบำรุงรักษาพระราชวังแวร์ซาย พบว่าอาจจะใช้เงินภาษีของรัฐบาลมากถึง 6 […]