สิ่งปลูกสร้างโดยมนุษย์ เกิดขึ้นตามธรรมชาติ

ก้อนหินยักษ์ปริศนา สโตนเฮนจ์

ในบรรดามรดกโลกที่องค์การยูเนสโกขึ้นทะเบียนให้ สิ่งก่อสร้างที่เป็นปริศนาชวนฉงน ก็คือ บรรดาหินยักสโตนเฮนจ์ ที่ปัจจุบันก็ยังไม่มีใครทราบว่ามาได้อย่างไร กองหินยักษ์ประหลาดนี้ตั้งอยู่กลางทุ่งนา และที่ราบซัลลิสเบอรี่ เมืองซัลลิสเบอรี่ ประเทศอังกฤษ โดยองค์การ UNESCO ได้มีการประกาศให้สโตนเฮนจ์เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม เมื่อปีคศ 1986

ที่ราบซัลลิสเบอรี่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสโตนเฮนจ์ปริศนานี้ อยู่ทางตอนใต้ของประเทศอังกฤษ ปัจจุบันยังไม่มีใครทราบว่าสโตนเฮนจ์เกิดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์อะไร ใครเป็นผู้สร้าง และหินขนาดยักษ์เหล่านี้มาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร บริเวณดังกล่าวเป็นที่ราบกว้าง ไม่มีภูเขา หรือสิ่งก่อสร้างที่ทำจากหินอื่นๆรอบบริเวณนี้เลย จึงทำให้สโตนเฮนจ์เป็นที่น่าสงสัยมาก ว่าผู้ที่สร้างนำหินเหล่านี้มาจากไหน นอกจากนี้ยังไม่พบว่ามีหลักฐานในการขนย้ายหิน หรือแม้กระทั่งเครื่องมืออะไรก็ตามที่ช่วยในการยกหินขนาดมหึมามาวางซ้อนกันอย่างนี้ได้ ถ้าดูในรูปอาจจะดูไม่รู้สักเท่าไหร่ แต่แท้จริงแล้วหินแต่ละก้อนมีความสูงมากถึง 13 ฟุต หรือประมาณ 4 เมตร กันเลยทีเดียว

ประเทศอังกฤษขึ้นชื่อเรื่องสิ่งก่อสร้างที่ทำจากหิน แต่ไม่มีสิ่งก่อสร้างใดที่มีอัตลักษณ์พิเศษ เช่นเดียวกับสโตนเฮนจ์เลยแม้แต่ที่เดียว สโตนเฮนจ์เป็นหินพิเศษกลุ่มเดียวที่มนุษย์สร้างสรรค์และตกแต่งด้วยความประณีต การเรียงซ้อนกันของก้อนหินนั้น แสดงให้เห็นถึงรูปทรงเรขาคณิต ทุกอย่างมีการออกแบบเหมาะเจาะลงตัว บริเวณรอบข้างของสโตนเฮนจ์ยังมีโบราณสถานอื่นๆ ที่แสดงถึงการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ยุคหิน เป็นคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่ควรเก็บรักษาไว้เป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นองค์การยูเนสโกจึงมอบมรดกโลกทางวัฒนธรรมให้แก่สโตนเฮนจ์ ในปี 1986 นี้เอง

คนที่ได้พบเห็นสโตนเฮ้นจ์มักจะมีคำถามอยู่ในใจเสมอว่า สร้างขึ้นมาเพื่ออะไร และสร้างอย่างไร

ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนเห็นพ้องต้องกันว่าสโตนเฮนจ์อาจเป็นสิ่งก่อสร้างที่เกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาว แต่ก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าจะมาสร้างไว้ทำไมและสร้างเพื่ออะไร มีแนวคิดที่เกี่ยวกับสโตนเฮ้นจ์อยู่มากมาย บ้างก็เชื่อว่าเป็นซากปรักหักพังของวิหารโรมันในอดีต บ้างก็มีความเชื่อว่าสโตนเฮนจ์เป็นศาสนสถาน ที่ใช้สำหรับบูชาพระอาทิตย์และบูชายัญมนุษย์ แต่จากประวัติศาสตร์แล้วก็พบว่า สโตนเฮนจ์น่าจะสร้างขึ้นอย่างน้อย 1,000 ปีก่อนที่ลัทธิการบูชามนุษย์จะเฟื่องฟูด้วยซ้ำไป ก็ทำให้ความคิดเห็นตรงนี้ตกลงไป ในส่วนของนักโบราณคดีส่วนมากจะเชื่อว่า สโตนเฮนจ์น่าจะเป็นที่ประกอบพิธีฝังศพ เพราะมีการค้นพบสุสานอยู่หลายหลุม แต่ทั้งนี้ก็ยังไม่มีความคิดไหนที่แสดงถึงข้อเท็จจริงในการสร้างสโตนเฮนจ์ขึ้นมาได้อยู่ดี

ในส่วนของนักดาราศาสตร์เองก็มองว่า สโตนเฮนจ์ น่าจะถือว่าเป็นปฏิทินดาราศาสตร์และโหราศาสตร์ เพราะว่าแนวของก้อนหินที่หว่างนั้นล้วนมีความสัมพันธ์กับการเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์ ดาวเคราะห์ แต่ก็ยังถือว่าเป็นเพียงข้อสันนิษฐานอยู่ดี

แต่ไม่ว่าจะเป็นปริศนาอย่างไรก็ตาม สโตนเฮนจ์ก็เป็นมรดกโลกอย่างหนึ่ง ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ รวมถึงควรค่าแก่การเดินทางเพื่อไปเยี่ยมชมสัก 1 ครั้ง จุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์หลายคน ก็มีสโตนเฮนจ์เป็นหนึ่งในเช็คพอยท์ของพวกเขาเช่นเดียวกัน

wittaya pankaew
ชื่นชอบในการศึกษาข้อมูลของเมืองมรดกโลก และสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติในประเทศไทย มีไอดอลในการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เป็นพี่ติ๊ก เนวิเกเตอร์ แต่หน้าตาและความอดทนยังห่างชั้นกับพี่ติ๊กมากนัก 55 ยินดีที่ได้รู้จักกับเพื่อน ๆ ทุกคนครับ
http://navigosaure.net